| |
|
| |
การดำเนินธุรกิจในปัจจุบันนี้การติดต่อสื่อสารถือเป็นหัวใจสำคัญอย่างหนึ่งในองค์ประกอบที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ
ทำให้ระบบการติดต่อสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและมีความรวดเร็วเป็นตัวแปรสำคัญอย่างหนึ่ง
ในการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและในการติดต่อทางธุรกิจสิ่งหนึ่งที่จะขาดไปเสียมิได้คือ
การประชุม แต่การประชุมก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราต้องเสียเวลาและพลาดโอกาสต่างๆ
ที่สำคัญ เนื่องจากต้องมีการเดินทางจากที่ต่างๆ เพื่อมาประชุมกัน ณ สถานที่ที่กำหนดที่ใดที่หนึ่ง
ซึ่งในการเดินทางนั้นจะต้องเสียเวลา ค่าใช้จ่ายและยังเกิดความเสี่ยงในการเดินทางขึ้นอีกด้วย
ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นและเพื่อเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจให้เพิ่มมากขึ้น
จึงมีความจำเป็นในการนำอุปกรณ์สื่อสารเข้ามาใช้ประโยชน์ |
| |
Video Conference System เป็น การติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่อยู่ต่างสถานที่กันได้ทั้งภาพ
เสียง และข้อมูลในเวลาเดียวกัน |
 |
| |
|
| ประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้ Video Conference System |
| |
ในการนำระบบ Video Conference เข้ามาใช้ในธุรกิจนั้นช่วยให้เกิดประโยชน์ต่าง
ๆ ได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยทางตรง คือ สามารถวัดผลที่ได้ออกมาในรูปของตัวเงิน
คือเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ส่วนในทางอ้อมนั้นวัดเป็นรูปตัวเงินได้ยาก
เช่น ช่วยให้ประหยัดเวลา ช่วยอำนวยความสะดวก ช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง
ดังสามารถสรุปประโยชน์ที่ได้เป็นดังนี้
- ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางจากที่ต่าง ๆ เพื่อมาประชุม,
อบรม
- สามารถทำการประชุมเพื่อวิเคราะห์ แก้ไขปัญหา และตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว
- ทำให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในองค์กรมากขึ้น
- ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากการเดินทาง
|
| |
|
| มาตรฐานสำหรับระบบ Video Conference System |
| |
เพื่อให้ระบบวีดีโอคอนร์เฟอร์เรนซ์ มีมาตรฐานและสามารถทำงานร่วมกันได้
ITU-T ซึ่งเป็นองค์การด้านโทรคมนาคมสากล ได้กำหนดมาตรฐานระบบการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ
(Videoconferancing System) เพื่อนำไปใช้ในเครือข่ายข้อมูลแบบต่าง ๆ
โดยแบ่งออกเป็น 4 หมวดหลัก ๆ ได้แก่ |
| |
- H.320 เป็นมาตรฐานที่ใช้ในเครือข่าย WAN มีความเหมาะสมในการใช้เชิงธุรกิจ
รองรับเครือข่ายได้หลายประเภท เช่น ISDN (Intergrated Service Digital
Network) Leased Line รวมทั้งวงจรเช่าอื่น ๆ (satellite,microwave)
มาตรฐาน H.320 นี้เป็นที่นิยมใช้โดยทั่วไป เนื่องจากให้คุณภาพในระดับที่ดีง่ายต่อการติดต่อ
อีกทั้งค่าใช้จ่ายก็ไม่สูง โดยเฉพาะเมื่อใช้กับเครือข่าย ISDN
- H.321 และ H.310 เป็นมาตรฐานที่รองรับระบบเครือข่าย ATM เพื่อให้ได้คุณภาพของภาพและเสียงในระดับสูงสุด
โดยทั่วไปจะใช้ในอาคารหรือใน Campus เดียวกัน
- H.323 เป็นมาตรฐานที่ใช้ในเครือข่าย LAN หรือ WAN ที่ส่งข้อมูลโดยใช้
IP Protocol เป็นหลักมีคุณภาพในระดับเดียวกับ H.320 มาตรฐานนี้มีแนวโน้มที่จะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย
ๆ
- H.324 เป็นมาตรฐานที่ใช้ในเครือข่ายโทรศัพท์ (POTS : Plain Old
Telephone System) มีคุณภาพ ค่อนข้างต่ำ ไม่เหมาะสมที่จะนำไปใช้ในเชิงธุรกิจ
|
| |
ที่กล่าวมาแล้วนั้นเป็นการกล่าวถึงมาตรฐานทางด้านทางด้านเครือข่าย
ในระบบ VideoConferance ยังประกอบด้วยมาตรฐานทางด้านภาพ (Video) และเสียง
(Audio) ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ |
| |
|
| มาตรฐานด้านภาพ |
| |
- การบีบอัดข้อมูลภาพ ประกอบด้วย 2 มาตรฐานหลัก ได้แก่ H.261 และ
H.263 (H.263+ หรือ H.263 V2) H.263 เป็นมาตรฐานที่ออกมาภายหลังเพื่อปรับปรุงให้สามารถบีบอัดสัญญาณภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ในขณะที่ใช้ Bandwidth น้อยลง
- ขนาดของภาพ โดยทั่วไปในระบบ Videconferance จะมีวิธีการสร้างภาพอยู่
2 วิธี คือ FCIF หรือ CIF และ QCF ซึ่งขนาดของภาพที่ปรากฎบนจอภาพจะมีขนาดเท่ากัน
แต่จะมีความละเอียดแตกต่างกัน โดยภาพแบบ FCIF จะมีความละเอียดกว่า
เพราะมีจุดที่ประกอบเป็นรูปภาพ 352ด288 จุด ในขณะที่ภาพแบบ QIF จะมีจุดที่ประกอบเป็นรูปภาพเสียง
176ด144 จุด (ขนาดของภาพเมื่อเปรียบเทียบจากปริมาณของจุดจะเท่ากับ
1/4 ของ FCIF)
นอกจากนี้ ล่าสุดทางบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ Videoconferance ได้พัฒนานวัตกรรมใหม่ทำให้ระบบ
Videconferanceสามารถรองรับความละเอียดทางด้านภาพได้สูงสุดในระดับ
XGA (1024ด768) ทำให้ภาพที่ได้มีความละเอียดและคมชัดมากกว่ามาตรฐานทั่วไป
- ความเร็วในการสร้างภาพ (Frame Rate) คือจำนวนภาพที่ปรากฏบนหน้าจอใน
1 วินาที ซึ่งหากมีจำนวนภาพ ยิ่งมาก ก็จะทำให้คุณภาพของภาพเคลื่อนไหวที่ปรากฎเป็นไปอย่างราบรื่น
ไม่กระตุกในระบบ Videoconfrance จะใช้อยู่ 2 ระดับ คือ 15 ภาพต่อวินาที
(15 frame/sec หรือ fps) และ 30 ภาพต่อวินาที (30 frame/sec) โดยภาพที่มี
frame rate สูง ก็จำเป็นที่จะต้องใช้ Bandwidth สูงตามไปด้วย ซึ่งที่
30 fps จะใช้ Bandwdith อย่างต่ำ 384 Kbps อย่างไรก็ตามด้วยความเทคโนโลยี่ของทางบริษัทผู้ผลิตบางรายซึ่งได้ทำการศึกษาค้นคว้าวิจัย
และพัฒนาจนสามารถส่งภาพที่ความเร็ว 30 fps โดยใช้ Bandwidth เพียง
256 Kbps ได้
|
| มาตรฐานด้านเสียง |
| |
- Narrowband เป็นคุณภาพของเสียงในระดับเสียงจากเครื่องโทรศัพท์
มีความถี่อยู่ในช่วง 300-3.4
KHz ซึ่งมีมาตรฐานที่อยู่ในย่านนี้ดังนี้
| มาตรฐาน |
Bandwidth ที่ใช้ |
| G.711 |
64 Kbps |
| G.728 |
16 Kbps |
- Wideband คุณภาพเสียงที่ได้เหนือกว่า Narrowband มีความถี่อยู่ในช่วง
300 - 7 KHz ทำให้
คุณภาพเสียงที่ได้สดใส ชัดเจนกว่า มาตรฐานที่อยู่ในย่านนี้ได้แก่
| มาตรฐาน |
Bandwidth ที่ใช้ |
| G.722 |
48 หรือ 56 Kbps |
| PT724 |
24 Kbps |
| PT716 |
16,24 หรือ 32 Kbps |
| G.722.1 |
16,24 หรือ 32 Kbps |
- Super Wideband เป็นมาตรฐานใหม่ ที่มีคุณภาพเสียงดีที่สุดโดยมีความถี่ทางด้านความถี่สูง
สูงถึง 14 KHz ทำให้คุณภาพเสียงที่ได้มีคุณภาพเทียบเท่าเสียงที่ได้จากเครื่องเล่น
CD
|
| |
นอกจากนี้ ยังมีมาตรฐานที่ใช้ในการแชร์ข้อมูลระหว่างการประชุม คือ
มาตรฐาน T.120 ซึ่งสามารถทำการรับส่งแฟ้มข้อมูล (File Transferring),
การใช้ แอพลิเคชั่นร่วมกัน (application Sharing), การส่งข้อความระหว่างกัน
(massage), การควบคุมระยะไกล (remote controlling), การใช้คลิบบอร์ดร่วมกัน
(shared clipboard) |